Knowledge
รูปแบบของการดำเนินธุรกิจ
การเปิดกิจการหรือการทำธุรกิจมีรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งธุรกิจต่างๆ
นั้นสามารถจำแนกรูปแบบออกไปได้ 2 แบบหลักๆ ก็คือรูปแบบบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล
รูปแบบบุคคลธรรมดา แบ่งเป็น
- เจ้าของคนเดียว
โดยคำว่าเจ้าของคนเดียว หมายถึง การทำธุรกิจด้วยตัวคนเดียว เมื่อได้กำไรหรือขาดทุนก็จะมีผลต่อคนๆ เดียว
- ห้างหุ้นส่วนสามัญ
ห้างหุ้นส่วนสามัญ จะมีตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป มาร่วมลงทุนและดำเนินกิจการร่วมกันโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งปันผลกำไร
จากการทำธุรกิจและรับผิดชอบหนี้สินร่วมกัน ซึ่งห้างหุ้นส่วนสามัญแบบที่ไม่ได้จดทะเบียนจะถือว่าเป็นบุคคลธรรมดา
- คณะบุคคล
เดิมทีคณะบุคคลจะมีลักษณะเหมือนกับห้างหุ้นส่วนสามัญแต่ต่างกันตรงที่ไม่มีวัตถุประสงค์ในการแบ่งปันผลกำไรที่ได้ร่วมกัน
ส่วนนิยามใหม่เมื่อปลายปี 2557 ที่ผ่านมาได้ระบุว่า คณะบุคคลคือบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปตกลงกระทําการ
ที่มีเงินได้พึงประเมินร่วมกันอันมิใช่ห้างหุ้นส่วนสามัญ
รูปแบบนิติบุคคล แบ่งเป็น
- ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนและห้างหุ้นส่วนจำกัด
สำหรับห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน จะมีลักษณะเหมือนกับห้างหุ้นส่วนสามัญแต่มีการจดทะเบียนขึ้นมาเป็นนิติบุคคล
ส่วนห้างหุ้นส่วนจำกัดจะมีข้อแตกต่างอยู่ที่จะมีหุ้นส่วนบางคนเรียกว่า หุ้นส่วนจำกัด ถูกจำกัดหน้าที่ความรับผิดชอบ
ในด้านหนี้สินของกิจการไว้
- บริษัทจำกัด
บริษัทจำกัดเป็นรูปแบบของการเปิดบริษัทที่มีการจัดตั้งโดยคนตั้งแต่ 3 คนขึ้น และใช้การเข้าร่วมลงทุน
โดยการกำหนดทุนออกเป็นหุ้นที่มีมูลค่าเท่าๆกัน และเราจะเรียกคนเหล่านั้นว่า “ผู้ถือหุ้น” โดยมีความรับผิดชอบเท่ากับ
มูลค่าของหุ้นที่ซื้อไว้เท่านั้น
ก่อนที่จะไปรับทราบถึงข้อกำหนด สิ่งที่ต้องดำเนินการ หรือภาษีที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบธุรกิจของเรานั้น เราควรทราบ
ประเภทของธุรกิจของเราเสียก่อนว่าอยู่ในรูปแบบธุรกิจใด เพื่อจะได้ดำเนินการต่างๆ ได้ถูกต้อง ซึ่งแต่ละประเภท
ก็จะมีสิ่งที่มาเกี่ยวข้องให้คำนึงถึงแตกต่างกันออกไป
แนะนำบทความอื่น ๆ
บริการตรวจสอบงบการเงิน : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=410
งานรับตรวจสอบภายในและวางระบบคืออะไร : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=411
บริการตรวจสอบบัญชีกรุงเทพฯที่มีมาตรฐาน : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=409
โดยทีมงาน AMTaudit & AMTsolution & AMTaccount
บริการ ให้บริการปรึกษาทางบัญชี และ ภาษีอากร
(Consultancy services in accounting and taxation)
Office : 02-184-1846
fax : 02-115-1486
ID Line : @amtaccount
- Published in Knowledge
มารู้จักกับอาชีพผู้สอบบัญชี
อาชีพผู้สอบบัญชี (Auditor) ถือเป็นจุดมุ่งหมายของผู้จบปริญญาตรีสาขาบัญชีหลายคน
สำหรับใครที่ยังไม่แน่ใจว่าจะเหมาะกับตนเองหรือไม่ ลองมาดูลักษณะงานและทักษะในการทำงานที่จำเป็นสำหรับอาชีพนี้กันดู
ลักษณะงาน
หากใครคิดว่างานนี้เป็นงานที่อยู่กับที่ ต้องนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์พร้อมกับเอกสาร
และต้องเพ่งตัวเลขตลอดเวลาแล้วล่ะก็ ถือว่าคุณคิดผิด งานผู้สอบบัญชีเป็นงานที่ท้าทายและเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ
เป็นอย่างมาก โดยไม่มีทางรู้เลยว่าโอกาสหน้าเราจะได้เจอกับอะไรบ้าง
สำหรับงานนี้จะทำให้เรามีโอกาสได้เห็นการทำงานของธุรกิจหลากหลายรูปแบบ ไลน์การผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม
ขั้นตอนต่างๆ ก่อนจะได้เป็นสินค้าหนึ่งๆ ออกมา หรือแม้แต่ในโครงการของทั้งภาครัฐและเอกชน
ที่เราจะมีโอกาสเข้าถึงข้อมูลหลายอย่างที่ถ้าไม่ใช้อาชีพนี้คงไม่มีทางได้เห็นแน่ๆ
ทักษะที่จำเป็น
สิ่งที่สำคัญมากคือต้องมีพื้นฐานทางด้านการบัญชีที่ดี สามารถออกแบบ เก็บรายละเอียดข้อมูลวิเคราะห์ข้อมูลได้
และประเมินผลความถูกต้องของงานได้
บุคลิกที่เหมาะกับอาชีพผู้สอบบัญชี
1.มีความน่าเชื่อถือ ซื่อสัตย์ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถแบ่งเวลางานกับเวลาส่วนตัวได้ดี จริงจังกับการทำงานและมีความตั้งใจอย่างเต็มที่ มีความเป็นกลาง เชื่อมั่นในความถูกต้อง
2.มีสมาธิ สามารถทำงานอย่างมีประสิทธิภาพได้ต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ
3.ละเอียดรอบคอบ ใส่ใจในรายละเอียด มีความรับผิดชอบและอดทน สามารถทำสิ่งซ้ำๆ ได้หลายๆ ครั้ง
เส้นทางของงานผู้สอบบัญชี
เริ่มจากการเป็นผู้ช่วยผู้สอบบัญชี และไปสู่การเป็นผู้สอบบัญชี หรือ CPA
ที่เป็นเพียงผู้เดียวที่สามารถเซ็นรับรองงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบได้ โดยผู้ที่จะเป็น CPA ได้นั้น
จะต้องมีประสบการณ์การทำงานมาแล้วตามระยะเวลาที่สภาวิชาชีพบัญชีฯ กำหนด และต้องผ่านการสอบผู้ตรวจสอบบัญชี
อาชีพผู้สอบบัญชีนั้น นอกจากจะเป็นอาชีพที่ได้รับประสบการณ์ที่หลากหลายแล้ว
ยังจัดเป็นอาชีพที่ทำรายได้ให้จำนวนไม่น้อย และมีอิสระในการทำงาน
ถือเป็นความอาชีพในฝันของผู้ที่เรียนทางสายบัญชีมาเลยทีเดียว
แนะนำบทความอื่น ๆ
การควบคุมภายใน? เป็นส่วนหนึ่งช่วยให้องค์กรประสบความสําเร็จ : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=414
รู้หรือไม่ว่าทำไมบริษัทต่างๆ ถึงต้องทำบัญชีกัน : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=413
รับวางระบบ และตรวจสอบภายใน : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=412
โดยทีมงาน AMTaudit & AMTsolution & AMTaccount
บริการ ให้บริการปรึกษาทางบัญชี และ ภาษีอากร
(Consultancy services in accounting and taxation)
Office : 02-184-1846
fax : 02-115-1486
ID Line : @amtaccount
- Published in Knowledge
แนวทางการเลือกบริษัทรับทำบัญชี
การจะเลือกบริษัทรับทำบัญชีมาช่วยดูแลส่วนของการจัดทำบัญชีในการประกอบธุรกิจ
มีสิ่งที่ต้องพิจารณาพอสมควร เนื่องจากเป็นการเปิดเผยข้อมูลสำคัญต่างๆ ให้บุคคลภายนอกได้ทราบ
เช่น รายได้ รายจ่าย งบการเงิน และภาษี จรรยาบรรณและความรับผิดชอบจึงเป็นสิ่งที่ควรพิจารณาในลำดับต้นๆ
ซึ่งตรงนี้อาจต้องอาศัยการหาข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ที่ใกล้ตัวมาประกอบ นอกเหนือจากนี้ควรพิจารณาอะไรอีกบ้าง
1.เลือกบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือและมากประสบการณ์
ดูข้อมูลของบริษัทว่ามีการจัดตั้งที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ตรวจสอบประวัติผู้ก่อตั้ง ลูกค้าที่เคยใช้บริการ
และประสบการณ์ในการทำงาน เพื่อเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของธุรกิจของตนเอง
รวมถึงต้องสามารถเรียกดูใบเสร็จในการไปติดต่อกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น กรมสรรพากร สำนักงานประกันสังคม
เพื่อความโปร่งใสได้ด้วย และต้องสามารถชำระเงินโดยการโอนเข้าบัญชีบริษัทที่ทำการว่าจ้างเท่านั้น
2.สอบถามเกี่ยวกับขั้นตอนการทำงาน
บริษัทรับทำบัญชีที่ดีต้องมีการวางระบบบัญชีอย่างมีขั้นตอน ที่เป็นระบบไม่ยุ่งยาก
เกิดความสะดวกสบายในทุกขั้นตอนการดำเนินงาน และต้องอธิบายขั้นตอนต่างๆ ให้เข้าใจ
รวมถึงให้คำปรึกษาที่เป็นประโยชน์ได้ดี เมื่อมีข้อผิดพลาดใดๆ ก็สามารถให้คำแนะนำและชี้แจงได้อย่างละเอียด
3.ค่าใช้จ่ายในการทำบัญชี
ค่าบริการในการทำบัญชีหรือการวางระบบบัญชีต้องระบุได้ชัดเจนว่าครอบคลุมงานอะไรบ้าง
เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรียกเก็บเพิ่มเติมในภายหลัง ราคาที่ถูกมากไม่ถือว่าดีสำหรับการทำบัญชี
แต่ไม่ควรแพงเกินไปเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายในการจ้างนักบัญชีไว้ในบริษัทเอง
ทั้งนี้หากเลือกได้ดีและเหมาะสมแล้ว การจ้างบริษัทบัญชีถือเป็นการได้คู่คิดทางด้านการเงินดีๆ ไว้ข้างกายเลยทีเดียว
ซึ่งตรงนี้อาจต้องอาศัยความโชคดีและการหาข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือได้เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจเช่นกัน
แนะนำบทความอื่น ๆ
ผู้ตรวจสอบภายใน : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=417
การหาผู้สอบบัญชี ด่วน : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=416
งานตรวจสอบภายใน : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=415
โดยทีมงาน AMTaudit & AMTsolution & AMTaccount
บริการ ให้บริการปรึกษาทางบัญชี และ ภาษีอากร
(Consultancy services in accounting and taxation)
Office : 02-184-1846
fax : 02-115-1486
ID Line : @amtaccount
- Published in Knowledge
ระบบบัญชีคู่คืออะไร
การบันทึกบัญชีหรือการลงบัญชีนั้น ตามที่ทราบกันไปแล้วว่าแบ่งเป็น 2 ระบบด้วยกัน
คือ ระบบบัญชีเดี่ยวและระบบบัญชีคู่ สำหรับธุรกิจขนาดย่อมขึ้นไปนิยมใช้ระบบบัญชีคู่ เพื่อป้องกันปัญหาในการรวบรวมข้อมูล การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลทางบัญชี และการจัดทำงบการเงิน
ระบบบัญชีคู่ เป็นวิธีการที่ใช้ปฏิบัติในการลงบัญชีต่างๆ ประกอบด้วย รายการในสมุดรายวันทั่วไป
รายการในสมุดบัญชีแยกประเภท ตลอดจนเอกสารหลักฐาน
การบันทึกเหล่านี้มีวัตถุประสงค์ในการเสนอรายงานทางการเงินได้อย่างถูกต้องและทันต่อเหตุการณ์
โดยแต่ละรายการจะเกี่ยวข้องกับบัญชีสองด้าน คือบันทึกด้านเดบิตและบันทึกด้านเครดิต ซึ่งจะมีผลทำให้เกิดดุลขึ้นในตัวเอง
ก็คือผลรวมของยอดบัญชีทั้งสองเป็นศูนย์นั่นเอง นั่นก็คือผลรวมของยอดดุลเดบิตเท่ากับผลรวมยอดดุลเครดิต
และการจัดทำรายละเอียดของยอดบัญชีต่างๆ ประกอบกันเป็นยอดรวมทั้งสิ้นเรียกว่างบทดลอง
การบันทึกบัญชีตามระบบบัญชีคู่ของแต่ละหมวดบัญชี มีดังต่อไปนี้
: หมวดบัญชีสินทรัพย์ รายการค้าใดที่มีผลทำให้สินทรัพย์เพิ่มขึ้นจะบันทึกไว้ทางด้านเดบิต ส่วนรายการค้าใดที่มีผลทำให้สินทรัพย์ลดลงจะบันทึกไว้ทางด้านเครดิต
: หมวดบัญชีหนี้สิน รายการค้าใดที่มีผลทำให้หนี้สินเพิ่มขึ้นจะบันทึกไว้ทางด้านเครดิต ส่วนรายการค้าใดที่มีผลทำให้หนี้สินลดลงจะบันทึกไว้ทางด้านเดบิต
: หมวดบัญชีทุน รายการค้าใดที่มีผลทำให้ทุนเพิ่มขึ้นจะบันทึกบัญชีไว้ทางด้านเครดิตส่วนรายการค้าใดที่มีผลทำให้ทุนลดลงจะบันทึกไว้ทางด้านเดบิต
: หมวดบัญชีรายได้ ถ้ารายได้เพิ่มขึ้นจะบันทึกบัญชีด้านเครดิต ถ้ารายได้ลดลงจะบันทึกบัญชี ทางด้านเดบิต
: หมวดบัญชีค่าใช้จ่าย ถ้าค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจะบันทึกทางด้านเดบิตถ้าค่าใช้จ่ายลดลงจะบันทึกทางด้านเครดิต
การลงบัญชีไม่เพียงแต่จะทำให้ทราบถึงกำไรขาดทุนของธุรกิจเท่านั้น
แต่ยังเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติตามกฎหมายทั้งในแง่ของการยื่นแบบต่อกรมสรรพากรและระเบียบต่างๆ
ที่ต้องจัดทำเมื่อดำเนินธุรกิจอีกด้วย ดังนั้นผู้ประกอบธุรกิจต่างๆ
จึงควรศึกษาความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการบัญชีเพื่อจะได้นำไปใช้ประโยชน์ต่อไป
แนะนำบทความอื่น ๆ
ตรวจสอบภายใน? ตรวจเช็คเพื่อสร้างความมั่นใจถึงขีดสุด : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=421
งานตรวจสอบภายในและวางระบบ : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=420
บริการตรวจสอบภายในและวางระบบ ระยอง : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=419
โดยทีมงาน AMTaudit & AMTsolution & AMTaccount
บริการ ให้บริการปรึกษาทางบัญชี และ ภาษีอากร
(Consultancy services in accounting and taxation)
Office : 02-184-1846
fax : 02-115-1486
ID Line : @amtaccount
- Published in Knowledge
อัตราค่าบริการของบริษัทรับทำบัญชี
การตัดสินใจเลือกใช้บริการบริษัทรับทำบัญชี สิ่งหนึ่งที่ถูกนำมาพิจารณาคือความเหมาะสมของการคิดค่าบริการ
ซึ่งการคิดอัตราค่าบริการของบริษัทรับทำบัญชีนั้นก็จะมีเรทแตกต่างกันไปในแต่ละบริษัท
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของบัญชี ความยุ่งยากของเอกสาร ปริมาณเอกสาร และขอบเขตของงาน
ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะมีอัตราค่าบริการที่เหมาะสม ดังนี้
- ค่าบริการรับทำบัญชีรายเดือน ขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจและจำนวนเอกสาร (นับเป็นชุด) เรทราคา 2,000 – 6,000 บาท
- ค่าบริการรับทำบัญชีรายปี เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่มีความรู้ในการยื่นภาษีและการยื่นประกันสังคมเองในแต่ละเดือน และว่าจ้างสำนักงานบัญชีเพื่อบันทึกบัญชีและเพื่อการปิดงบการเงินทีเดียวตอนสิ้นปี ทั้งนี้จะพิจารณาจากจำนวนเอกสาร เรทราคา 4,000 – 15,000 บาท
- ค่าบริการตรวจสอบบัญชี เช่น งบการเงินรายได้ไม่เกิน 5 ล้านบาท/ ปี อัตราค่าบริการอยู่ที่ 12,000 -15,000 บาท เป็นต้น
หากเป็นการว่าจ้างรับทำบัญชีรายเดือน จะยังไม่รวมในส่วนของค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น บริการการปิดงบการเงิน
การทำบัญชีรายปี บริการจดทะเบียนธุรกิจ บริการด้านภาษี เป็นต้น
การเลือกใช้บริการบริษัทรับทำบัญชี ก่อให้เกิดความสะดวกสบายต่อเจ้าของกิจการเอง
แต่จะดียิ่งขึ้นหากผู้ประกอบการศึกษาเกี่ยวกับการจัดการบัญชีเบื้องต้นไว้บ้าง ทราบรายการรายจ่ายที่จะต้องไปติดต่อหน่วยงานต่างๆ และสามารถดูงบการเงินเข้าใจ เพราะอย่างน้อยที่สุดหากเกิดความสงสัยใดๆ ก็จะสามารถทำความเข้าใจคำอธิบายได้ง่ายขึ้น และสามารถสังเกตเห็นจุดที่ไม่สมเหตุสมผลในรายการได้ ถือเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยรักษาผลประโยชน์ของเจ้าของกิจการเอง
แนะนำบทความอื่น ๆ
ตรวจสอบบัญชีนิติบุคคลอาคารชุด เพื่อความโปร่งใส : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=424
บริการตรวจสอบบัญชี กทม. : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=423
รับตรวจสอบบัญชี ลาดกระบัง : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=422
โดยทีมงาน AMTaudit & AMTsolution & AMTaccount
บริการ ให้บริการปรึกษาทางบัญชี และ ภาษีอากร
(Consultancy services in accounting and taxation)
Office : 02-184-1846
fax : 02-115-1486
ID Line : @amtaccount
- Published in Knowledge
การจัดทำบัญชีสำหรับธุรกิจรูปแบบบุคคลธรรมดา
ผู้ประกอบการธุรกิจออนไลน์ส่วนใหญ่ที่ยังไม่จดทะเบียนบริษัท ถือเป็นการทำธุรกิจในรูปแบบของบุคคลธรรมดา
การเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ผู้ประกอบธุรกิจเหล่านี้สามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายในการคำนวณเงินได้สุทธิได้ 2 รูปแบบคือ
อัตราเหมา หรือหักตามจริง ซึ่งหากเลือกแบบหักตามจริงแล้ว กรมสรรพากรกำหนดให้ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจในรูปแบบ
บุคคลธรรมดาที่ไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้มีการทำบัญชีร้านค้าหรือบัญชีรายรับ-รายจ่ายเพื่อแสดงรายได้
และรายจ่ายประจำวัน มีรายละเอียดดังนี้
- การทำบัญชีร้านค้า ต้องมีรายการและข้อความอย่างน้อยตามรูปแบบที่กรมสรรพากรกำหนด ซึ่งสามารถเพิ่มช่องรายการให้เหมาะสมกับธุรกิจได้
- ต้องจัดทำเป็นภาษาไทย ถ้าภาษาต่างชาติให้มีภาษาไทยกำกับ
- ต้องลงรายการรับ-จ่าย ภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันที่มีรายได้หรือรายจ่าย
- รายการที่นำมาลงในรายงาน ต้องมีลักษณะดังนี้
: มีเอกสารประกอบการลงรายงาน เช่น ใบกำกับภาษีหรือใบเสร็จรับเงิน
: สามารถลงเป็นยอดรวมของวัน โดยมีเอกสารประกอบ หรือลงแยกเป็นรายการก็ได้
: รายจ่ายที่นำมาลงในรายงาน ต้องเกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบธุรกิจ ไม่เป็นรายจ่ายส่วนตัว
: สำหรับภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายนั้น สามารถนำมาลงเป็นต้นทุนของสินค้า หรือค่าใช้จ่ายได้ทั้งจำนวน เพราะผู้ประกอบการไม่ได้อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม
: หากมีการขายสินค้า/ ให้บริการ ซื้อสินค้า หรืออื่นๆ เป็นเงินเชื่อ ให้บันทึกรายการนั้นในวันที่ได้รับชำระ หรือจ่ายชำระ โดยอธิบายเพิ่มเติมในช่องหมายเหตุ
- สรุปยอดรายรับ-รายจ่ายทุกๆ เดือนเพื่อเป็นหลักฐานประกอบการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ผู้ประกอบการที่ประกอบธุรกิจในรูปแบบของบุคคลธรรมดา ต้องทำการยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี (ภ.ง.ด. 94) หรือภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี (ภ.ง.ด. 90)
ปัจจุบันมีโปรแกรมสำเร็จรูปทางการบัญชีให้เลือกใช้มากมาย ที่ช่วยให้การทำบัญชีร้านค้าเป็นไปได้ง่ายขึ้น
ด้วยรูปแบบเอกสารทางธุรกิจที่ได้มาตรฐาน ซึ่งการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย
ตั้งแต่เริ่มต้นนี้ก็จะส่งผลดีให้เราเกิดความคุ้นเคยก่อนที่ธุรกิจจะเติบโตขึ้นและเข้าไปอยู่ในรูปแบบนิติบุคคล
และนิติบุคคลในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มต่อไป
แนะนำบทความอื่น ๆ
การวางระบบของธุรกิจ แนะนำ ?AMTAUDIT GROUP? : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=427
ก่อนจะเปิดบริษัทอย่าลืมไปปรึกษากับบริษัทที่วางระบบบริษัทก่อนนะ : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=426
แนะนำบริษัทวางระบบ : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=425
โดยทีมงาน AMTaudit & AMTsolution & AMTaccount
บริการ ให้บริการปรึกษาทางบัญชี และ ภาษีอากร
(Consultancy services in accounting and taxation)
Office : 02-184-1846
fax : 02-115-1486
ID Line : @amtaccount
- Published in Knowledge
ข้อดีของการจ้างบริษัทบัญชี
เมื่อจัดตั้งบริษัทเล็กๆ ขึ้นมาประกอบธุรกิจ เรื่องการทำบัญชีจัดว่าเป็นเรื่องสำคัญที่มีความจำเป็น
ไม่เฉพาะแต่เป็นการบันทึกรายรับรายจ่ายเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับเรื่องข้อกำหนดและภาษีที่กรมสรรพากรกำหนดอีกด้วย
หากผู้ประกอบการมีความเข้าใจในเรื่องการทำบัญชีบริษัทดีอยู่แล้วอาจไม่มีปัญหา แต่หากไม่มีความรู้ทางด้านบัญชี
การทำบัญชีบริษัทโดยจ้างบริษัทบัญชีมาดำเนินการให้ จัดเป็นวิธีที่สะดวกทีเดียว ซึ่งข้อดีก็คือ
1.ประหยัดเวลา
แทนที่ผู้ประกอบธุรกิจต้องมานั่งกังวลเกี่ยวกับการทำบัญชี การติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการทำความเข้าใจในเรื่องภาษีที่ต้องจ่ายต่างๆ ก็สามารถนำเวลาที่จะเสียไปมาคิดเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์ แล้วยกหน้าที่การทำบัญชีบริษัทให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลแทน
2.ป้องกันความผิดพลาดในส่วนของรายละเอียดต่างๆ ที่ผู้ประกอบธุรกิจไม่ทราบ
เนื่องจากการทำบัญชีไม่ได้มีแค่เรื่องรายรับ-รายจ่ายเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องของกฎหมาย ข้อกำหนด และภาษี ซึ่งทางบริษัทรับทำบัญชีจะคอยติดตามข้อมูลที่มีการอัปเดตอยู่เสมอเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดต่างๆ ซึ่งบางอย่างหากพลาดไปอาจก่อให้เกิดผลเสียตามมาภายหลังได้
3.การวางระบบบัญชีที่ดีจะช่วยให้ง่ายต่อการบริหารธุรกิจ
หากมีการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เกิดขึ้น บริษัทรับทำบัญชีที่มีประสบการณ์ในการทำงานสามารถให้คำปรึกษาและช่วยวิเคราะห์งบบัญชี และชี้แจงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้ทราบได้ ทำให้สะดวกต่อการวางแผนพัฒนาธุรกิจในอนาคตเพราะเรื่องเงินๆ ทองๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญในการทำธุรกิจ ดังนั้นการเสียภาษีต่างๆ จึงมีความสำคัญมากเช่นกัน เพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของกิจการ การจัดทำบัญชีจึงเป็นส่วนที่ควรให้ความสำคัญและเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดใดๆ เกิดขึ้นตามมา การใช้บริการบริษัทบัญชีจึงเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมในการประกอบกิจการในปัจจุบัน
แนะนำบทความอื่น ๆ
ผู้สอบบัญชีอนุญาตที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=430
แนะนำบริษัทตรวจสอบบัญชี : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=429
ผู้สอบบัญชีสหกรณ์กับประโยชน์ของการตรวจสอบบัญชี : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=428
โดยทีมงาน AMTaudit & AMTsolution & AMTaccount
บริการ ให้บริการปรึกษาทางบัญชี และ ภาษีอากร
(Consultancy services in accounting and taxation)
Office : 02-184-1846
fax : 02-115-1486
ID Line : @amtaccount
- Published in Knowledge
เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการทำบัญชี
การทำบัญชีถือเป็นเรื่องสำคัญมากในการประกอบธุรกิจ โดยต้องอาศัยระบบบัญชีและขั้นตอนการทำงานที่ถูกต้อง
ซึ่งในกิจการขนาดเล็ก หากต้องการดำเนินการส่วนนี้เอง ก็มีสิ่งที่ต้องบันทึกอยู่ 2 อย่างก็คือ บันทึกการขาย และบันทึกการจ่ายเงิน
บันทึกการขาย มีเอกสารที่เกี่ยวข้องอะไรบ้าง ?
1.ใบเสนอราคา
ใช้สำหรับเสนอราคาให้กับลูกค้า ซึ่งบริษัทใหญ่ๆ ส่วนใหญ่แล้วต้องการเอกสารดังกล่าวนี้ ก่อนทำการอนุมัติเพื่อสั่งซื้อ โดยใช้เป็นเอกสารอ้างอิงว่าลูกค้าตกลงที่จะซื้อสินค้า
2.ใบวางบิล/ ใบแจ้งหนี้
การขายสินค้าแบบเงินเชื่อ (Credit) จะมีขั้นตอนการวางบิลเพิ่มขึ้นมา โดยเป็นเอกสารที่ใช้แสดงว่า กำหนดในการชำระเงินคือเมื่อไหร่
3.ใบกำกับภาษี/ ใบเสร็จรับเงิน
ใบกำกับภาษีเป็นเอกสารที่มีความสำคัญโดยกรมสรรพากรจะกำหนดรายละเอียดและรูปแบบของใบกำกับภาษีว่าต้องประกอบด้วยสิ่งใดบ้าง เช่น ชื่อ ที่อยู่ เลขภาษี สำนักงานสาขา มีคำว่าใบกำกับภาษีที่ชัดเจน มีการรันเลขเอกสารอย่างเป็นระบบ และจะต้องมีทั้งต้นฉบับ และสำเนา
บันทึกการจ่ายเงิน มีเอกสารที่เกี่ยวข้องอะไรบ้าง ?
1.ค่าใช้จ่ายในการขาย (Cost of goods sold)
ค่าใช้จ่ายส่วนที่ซื้อสินค้ามาเพื่อขายออกไป จะเรียกว่า “ต้นทุนขาย” ซึ่งจะประกอบไปด้วย ราคาต้นทุนซื้อของสินค้า + ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
2.ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (Operating Cost)
เป็นการจดรายจ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการของบริษัท เช่น ค่าเช่า ค่าน้ำค่าไฟ ค่าอุปกรณ์สำนักงาน และเงินเดือนพนักงานและเมื่อซื้อบริการ อย่าลืมออกใบหัก ณ ที่จ่าย ซึ่งเป็นอีกส่วนที่เกี่ยวข้องกับรายจ่าย และการจ่ายเงินในรูปแบบบริษัท ทุกครั้งที่มีการชำระค่าบริการ จำเป็นต้องออกหนังสือรับรองใบหัก ณ ที่จ่าย ซึ่งจะมีอัตราการหัก ที่แตกต่างกัน เช่น 1% ค่าขนส่ง, 2% ค่าโฆษณา, 3% ค่าบริการ, 5% ค่าเช่า เป็นต้น
ซึ่งหากใครที่มองว่าเป็นเรื่องยุ่งยากหรือเสียเวลาในการดำเนินการนั้น
ก็มีบริษัทบัญชีมืออาชีพมากมายที่รับหน้าที่การทำบัญชีแทนคุณได้
ถือว่าลดภาระเกี่ยวกับการจัดเตรียมเอกสารที่แสนวุ่นวายไปได้มากทีเดียว
แนะนำบทความอื่น ๆ
ผู้สอบบัญชีภาษีอากร : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=433
จ้างบริษัทที่รับตรวจสอบบัญชีดีอย่างไร มาดูกัน : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=432
ประโยชน์ของการเปิดประตูสู่บริษัทมหาชน : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=431
โดยทีมงาน AMTaudit & AMTsolution & AMTaccount
บริการ ให้บริการปรึกษาทางบัญชี และ ภาษีอากร
(Consultancy services in accounting and taxation)
Office : 02-184-1846
fax : 02-115-1486
ID Line : @amtaccount
- Published in Knowledge
ขั้นตอนของการตรวจสอบบัญชี
การตรวจสอบบัญชี (Auditing Service) เป็นการตรวจสอบและรับรองข้อมูลในรายงานทางการเงินที่จัดทำขึ้น
โดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (Certified Public Accountant: CPA) เพื่อให้รายงานทางการเงินนั้นมีความน่าเชื่อถือ
สามารถนำไปใช้ในการตัดสินใจได้ โดยตามกฎหมายนั้นกำหนดว่า “รายงานทางการเงินประจำปีของบริษัท
จะต้องจัดให้มีผู้สอบบัญชีคนหนึ่งหรือหลายคนตรวจสอบแล้วนำเสนอเพื่ออนุมัติในที่ประชุมใหญ่ภายในสี่เดือน
นับแต่วันที่ลงในรายงานทางการเงินนั้น” ดังนั้นการตรวจสอบบัญชีจึงมีความสำคัญต่อบริษัทเป็นอย่างมาก
ขั้นตอนในการตรวจสอบบัญชีมีรายละเอียดโดยสรุป ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 ทำความเข้าใจธุรกิจของลูกค้า และวิเคราะห์ความเสี่ยงทางธุรกิจที่มีผลกระทบต่อรายงานทางการเงินพื้นฐานของกิจการ และวางแผนหาทางแก้ปัญหาได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
ขั้นตอนที่ 2 ทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบบัญชีและวางแผนการตรวจสอบ ซึ่งช่วงนี้ทางผู้สอบบัญชีจะเข้าดำเนินการทดสอบระบบการควบคุมภายในของกิจการ ทำให้ทางฝ่ายบริหารรับทราบเกี่ยวกับข้อบกพร่องและนำไปดำเนินการแก้ไขต่อไป
ขั้นตอนที่ 3 ตรวจสอบยอดคงเหลือและรายละเอียดช่วงสิ้นงวด โดยตรวจสอบข้อมูลในรายงานทางการเงิน และรวบรวมหลักฐานต่างๆ ที่ทางกิจการใช้ในการจัดทำรายงานทางการเงิน รวมทั้งวิเคราะห์ถึงความขัดแย้งของการนำเสนอข้อมูลในรายงานทางการเงินกับมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป ทำให้ทราบถึงข้อผิดพลาดในรายงานทางการเงินที่จะนำส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทางฝ่ายบริหารดำเนินการแก้ไขรายงานทางการเงินดังกล่าวก่อนส่งหน่วยงานและเผยแพร่
ขั้นตอนที่ 4 สรุปผลและแสดงความเห็นต่อรายงานทางการเงิน โดยผู้สอบบัญชีจะประเมินหลักฐานต่างๆ ที่ได้รับว่าเพียงพอและเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งในขั้นตอนนี้ทางกิจการจะได้รับรายงานผู้สอบบัญชีที่แสดงความเห็นต่อรายงานทางการเงินของกิจการ พร้อมทั้งทราบถึงประเด็นทั้งหมดจากการตรวจสอบ
สำหรับประโยชน์ของงบการเงินที่ได้รับจากการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีนั้น ส่งผลดีต่อธุรกิจคือ
ทำให้มีการประเมินความเสี่ยงช่วยลดความผิดพลาดในระบบการควบคุมภายใน
ที่สำคัญคือสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่ใช้งบการเงินดังกล่าว
และมั่นใจว่างบการเงินที่เผยแพร่ออกไปเป็นไปตามมาตรฐานการสอบบัญชี
แนะนำบทความอื่น ๆ
การตรวจสอบบัญชี จากผู้สอบบัญชีระดับมืออาชีพ มีความสำคัญมากแค่ไหน ? : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=436
บริการตรวจสอบบัญชี : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=435
บริการตรวจสอบภายในและวางระบบ พัทยา : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=434
โดยทีมงาน AMTaudit & AMTsolution & AMTaccount
บริการ ให้บริการปรึกษาทางบัญชี และ ภาษีอากร
(Consultancy services in accounting and taxation)
Office : 02-184-1846
fax : 02-115-1486
ID Line : @amtaccount
- Published in Knowledge
เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการทำบัญชี
การทำบัญชีถือเป็นเรื่องสำคัญมากในการประกอบธุรกิจ โดยต้องอาศัยระบบบัญชีและขั้นตอนการทำงานที่ถูกต้อง
ซึ่งในกิจการขนาดเล็ก หากต้องการดำเนินการส่วนนี้เอง ก็มีสิ่งที่ต้องบันทึกอยู่ 2 อย่างก็คือ บันทึกการขาย และบันทึกการจ่ายเงิน
บันทึกการขาย มีเอกสารที่เกี่ยวข้องอะไรบ้าง ?
1.ใบเสนอราคา
ใช้สำหรับเสนอราคาให้กับลูกค้า ซึ่งบริษัทใหญ่ๆ ส่วนใหญ่แล้วต้องการเอกสารดังกล่าวนี้ ก่อนทำการอนุมัติเพื่อสั่งซื้อ
โดยใช้เป็นเอกสารอ้างอิงว่าลูกค้าตกลงที่จะซื้อสินค้า
2.ใบวางบิล/ ใบแจ้งหนี้
การขายสินค้าแบบเงินเชื่อ (Credit) จะมีขั้นตอนการวางบิลเพิ่มขึ้นมา
โดยเป็นเอกสารที่ใช้แสดงว่า กำหนดในการชำระเงินคือเมื่อไหร่
3.ใบกำกับภาษี/ ใบเสร็จรับเงิน
ใบกำกับภาษีเป็นเอกสารที่มีความสำคัญโดยกรมสรรพากรจะกำหนดรายละเอียด
และรูปแบบของใบกำกับภาษีว่าต้องประกอบด้วยสิ่งใดบ้าง เช่น ชื่อ ที่อยู่ เลขภาษี สำนักงานสาขา
มีคำว่าใบกำกับภาษีที่ชัดเจน มีการรันเลขเอกสารอย่างเป็นระบบ และจะต้องมีทั้งต้นฉบับ และสำเนา
บันทึกการจ่ายเงิน มีเอกสารที่เกี่ยวข้องอะไรบ้าง ?
1.ค่าใช้จ่ายในการขาย (Cost of goods sold)
ค่าใช้จ่ายส่วนที่ซื้อสินค้ามาเพื่อขายออกไป จะเรียกว่า “ต้นทุนขาย” ซึ่งจะประกอบไปด้วย
ราคาต้นทุนซื้อของสินค้า + ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
2.ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (Operating Cost)
เป็นการจดรายจ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการของบริษัท เช่น ค่าเช่า ค่าน้ำค่าไฟ ค่าอุปกรณ์สำนักงาน
และเงินเดือนพนักงาน
และเมื่อซื้อบริการ อย่าลืมออกใบหัก ณ ที่จ่าย ซึ่งเป็นอีกส่วนที่เกี่ยวข้องกับรายจ่าย
และการจ่ายเงินในรูปแบบบริษัท ทุกครั้งที่มีการชำระค่าบริการ จำเป็นต้องออกหนังสือรับรองใบหัก ณ ที่จ่าย
ซึ่งจะมีอัตราการหัก ที่แตกต่างกัน เช่น 1% ค่าขนส่ง, 2% ค่าโฆษณา, 3% ค่าบริการ, 5% ค่าเช่า เป็นต้น
ซึ่งหากใครที่มองว่าเป็นเรื่องยุ่งยากหรือเสียเวลาในการดำเนินการนั้น
ก็มีบริษัทบัญชีมืออาชีพมากมายที่รับหน้าที่การทำบัญชีแทนคุณได้
ถือว่าลดภาระเกี่ยวกับการจัดเตรียมเอกสารที่แสนวุ่นวายไปได้มากทีเดียว
แนะนำบทความอื่น ๆ
ผู้สอบบัญชีภาษีอากร : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=433
จ้างบริษัทที่รับตรวจสอบบัญชีดีอย่างไร มาดูกัน : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=432
ประโยชน์ของการเปิดประตูสู่บริษัทมหาชน : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=431
โดยทีมงาน AMTaudit & AMTsolution & AMTaccount
บริการ ให้บริการปรึกษาทางบัญชี และ ภาษีอากร
(Consultancy services in accounting and taxation)
Office : 02-184-1846
fax : 02-115-1486
ID Line : @amtaccount
- Published in Knowledge



