จดทะเบียนการค้า กิจการถูกกฎหมาย ลูกค้ามั่นใจ
เราเชื่อว่าคนทุกคนต้องการที่จะมีกิจการเป็นของตัวเองกันทั้งนั้น
ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่แต่จะมีสักกี่คนที่จะได้รับโอกาสและทำตามความฝันได้สำเร็จ
แต่หากท่านเป็นเจ้าของกิจการแล้ว ท่านก็อย่าละเลยที่จะจดทะเบียนการค้า
ให้ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับกิจการ และยังสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่จะทำธุรกิจกับท่านได้
นอกจากนี้ยังเป็นผลดีกับตัวท่านในเรื่องการใช้เอกสารการจดทะเบียนการค้าไปประกอบในการยื่นกู้เงินกับสถาบันการเงินต่าง ๆ
เพื่อนำมาขยายกิจการหรือนำมาใช้ในกรณีฉุกเฉินได้
ไม่ทราบว่าท่านที่มีกิจการเป็นของตัวเอง ได้จดทะเบียนการค้ากันแล้วหรือยัง
หากท่านยังไม่ได้ไปดำเนินการก็รีบไปจดทะเบียนการค้ากัน ถ้าหากธุรกิจของท่าน ไม่ได้อยู่ในกลุ่มธุรกิจที่ได้รับการยกเว้นเหล่านี้
- การค้าเร่ การค้าแผงลอย
- ธุรกิจเพื่อการบำรุงศาสนาหรือเพื่อการกุศล
- ธุรกิจของนิติบุคคลซึ่งได้มีพระราชบัญญัติ หรือพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งขึ้น
- ธุรกิจของกระทรวง ทบวง กรม
- ธุรกิจของมูลนิธิ สมาคม สหกรณ์
- ธุรกิจของกลุ่มเกษตรกร
สำหรับสถานที่จดทะเบียนการค้า ได้แก่
- เขตกรุงเทพมหานคร ยื่นจดทะเบียนได้ที่ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สำนักงานเขตทุกแห่ง
- ส่วนภูมิภาค ยื่นจดทะเบียนได้ที่ เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล หรือเมืองพัทยา
อย่างไรก็ตาม ขอให้เจ้าของกิจการคำนึงถึงความสำคัญในการจดทะเบียนการค้า
เอกสารที่ยื่นก็ไม่ยุ่งยาก ซึ่งมีแต่ผลดีต่อธุรกิจของคุณดังที่ได้กล่าวไปแล้วในตอนต้น
หากท่านยังไม่ได้ดำเนินการหรือคิดที่จะเปิดกิจการก็อย่าลืม จดทะเบียนการค้าทำให้ถูกกฎหมาย ธุรกิจปังแน่นอน
เข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.dbd.go.th
แนะนำบทความอื่น ๆ
บริษัทรับทำบัญชีบริการรวดเร็ว : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=332
ตรวจสอบบัญชีด้วยคุณภาพเพื่อให้คุณประทับใจในบริการ : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=331
เลือกบริษัทบัญชีดีเรื่องที่ผู้ประกอบการต้องรู้ : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=330
โดยทีมงาน AMTaudit & AMTsolution & AMTaccount
บริการ ให้บริการปรึกษาทางบัญชี และ ภาษีอากร
(Consultancy services in accounting and taxation)
Office : 02-184-1846
fax : 02-115-1486
ID Line : @amtaccount
- Published in Knowledge
บริษัทมั่นคง ลูกค้าเชื่อใจ ทำได้ไม่ยาก
หากคุณมีความต้องการที่จะเปิดบริษัทเป็นของตัวเองให้ถูกต้องตามกฎหมาย
คุณจะต้องเริ่มต้นจากการมีผู้เริ่มก่อการจำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน
โดยมีหน้าที่ดำเนินการจดทะเบียนเพื่อจัดตั้งบริษัทจนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการในการประชุมผู้ถือหุ้นจัดตั้งบริษัท
และเมื่อจดจัดตั้งบริษัทเสร็จแล้วจะต้องมี จำนวนผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 3 คน ทั้งนี้ในการจัดตั้งบริษัทมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้
- ได้รับความเชื่อถือจาก บุคคลภายนอกที่ติดต่อธุรกิจกับบริษัท หรือแม้แต่คู่ค้าของบริษัท เจ้าหนี้ธนาคาร ตลอดจนผู้ลงทุนรายใหม่ที่สนใจเข้าลงทุนในบริษัท
- ความมั่นคงของกิจการ บริษัทเป็นองค์กรธุรกิจที่ถูกต้องตามกฏหมาย เมื่อบริษัทมีความมั่งคงก็จะสร้างความน่าเชื่อถือให้บุคคลภายนอก ที่อยากจะเข้าทำธุรกรรมด้วย
- ลดความเสี่ยง ความรับผิดชอบของเจ้าของกิจการทำให้ผู้ลงทุนสามารถจำกัดความเสี่ยงจากการลงทุนได้
- การระดมทุน หากต้องการใช้เงินทุนจำนวนมาก กฎหมายบริษัท จึงตอบสนองความต้องการเงินทุนของกิจการด้วยการไม่ผูกโยงบริษัทเข้ากับผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการ ในการดำเนินงานอย่างมีรูปแบบโดยคณะกรรมการ
- รองรับการเติบโตในอนาคต แม้บริษัทจำกัดจะเป็นองค์กรธุรกิจที่มีการลงทุนไม่มากด้วยการระดมทุน การจัดตั้งในรูปแบบบริษัทจำกัดก็เอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจที่จะแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัดได้ในอนาคต
จากวัตถุประสงค์ที่กล่าวมาจะเห็นว่ากฎหมายได้เอื้อประโยชน์ให้กับเจ้าของบริษัท
และการดำเนินงานของบริษัทได้เป็นอย่างมาก
ดังนั้น การจดจัดตั้งบริษัทจึงมีส่วนช่วยผลักดันให้การดำเนินธุรกิจไปในทิศทางที่ดีอย่างแน่นอน
แนะนำบทความอื่น ๆ
บัญชีภาษีถูกต้องที่สุด : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=334
บัญชีรายเดือนที่เหมาะสมเชื่อถือได้ : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=338
บัญชีร้านค้าที่มีระบบและมาตรฐานที่ดี : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=337
โดยทีมงาน AMTaudit & AMTsolution & AMTaccount
บริการ ให้บริการปรึกษาทางบัญชี และ ภาษีอากร
(Consultancy services in accounting and taxation)
Office : 02-184-1846
fax : 02-115-1486
ID Line : @amtaccount
- Published in Knowledge
เลือกสำนักงานบัญชียังไงให้ธุรกิจเดินต่อ ไม่สะดุด
จากการดำเนินงานขององค์กร เราจะเห็นว่าการจัดทำบัญชีเป็นการรวบรวมข้อมูลทางการเงินต่างๆ ที่เป็นประโยชน์
ในการวิเคราะห์และพิจารณาในการบริหารเพื่อเพิ่มผลกำไรให้กับธุรกิจได้อย่างเหมาะสม ด้วยเหตุนี้
การจัดทำบัญชีจึงเป็นสิ่งสำคัญในการเดินหน้าขององค์กร แต่การจัดทำบัญชีเป็นงานที่มีความซับซ้อน
ต้องการความถูกต้องและรวดเร็วและเป็นงานเฉพาะทางที่ผู้ทำจะต้องจบทางด้านบัญชีโดยตรงและต้องมีความชำนาญ
บางองค์กรจึงเลือกที่จะใช้บริการกับสำนักงานบัญชี
สำนักงานบัญชีจะให้บริการทางด้านบัญชี และ ภาษี อีกทั้งยังให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับงานบัญชี
การทำบัญชีและเก็บเอกสารทางบัญชีจากผู้ชำนาญงานด้านบัญชี และการทำบัญชีและจัดทำงบการเงิน
จะได้รับการตรวจสอบจากผู้ตรวจสอบบัญชี
ปัจจุบันนี้มีสำนักงานบัญชีเกิดขึ้นมากมาย เราจึงนำแนวทางการเลือกใช้งานสำนักงานบัญชี
มาให้พิจารณาก่อนตัดสินใจเลือกใช้บริการ
- การบริการ ควรมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำระบบเอกสาร ระบบบัญชี แก่ลูกค้าได้
- การติดต่อประสานงาน ควรมีช่องทางให้ลูกค้าสอบถามปัญหาต่างๆ และตอบกลับอย่างรวดเร็ว
- ค่าบริการชัดเจน ราคามีความเหมาะสมที่ไม่ต่างจากการจ้างพนักงานบัญชี 1 คน หรือแตกต่างกันไม่มาก
- ความซื่อสัตย์ มีการตรวจสอบรายการเรื่องการเงินได้
- ความมั่นคง มีความมั่นคง มีหน่วยงานจริง สามารถตรวจสอบได้
- ประสบการณ์ มีประสบการณ์ตรงกับธุรกิจที่ทำ แนะนำได้ชัดเจน
- เทคโนโลยี ควรมีเครื่องมือที่ทันสมัย ใช้โปรแกรมสำเร็จรูป มีระบบการสำรองข้อมูล
- วิธีการทำงานของสำนักงานว่าเป็นอย่างไรถูกต้อง ตรงตามที่ต้องการหรือไม่
- จำนวนพนักงานมีเพียงพอต่อการทำงานให้หรือมีความเชี่ยวชาญ
จากแนวทางดังกล่าว คงช่วยให้การตัดสินใจเลือกใช้บริการสำนักงานบัญชีที่มีมาตรฐานการปฏิบัติงานได้ไม่ยาก
แต่เพื่อให้ง่ายในการตัดสินใจ อาจใช้การสอบถามจากผู้ที่เคยใช้บริการ หรือจากกระทู้ตามเว็บไซด์ต่างๆ
เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจอีกทางหนึ่ง
แนะนำบทความอื่น ๆ
ผู้ตรวจสอบบัญชีที่มีความน่าเชื่อถือ : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=344
ผู้ช่วยผู้สอบบัญชีเพื่อความสะดวกในการบริหารงาน : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=343
ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชีมีหน้าที่ดูแลความถูกต้องของระบบข้อมูลบัญชี : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=342
โดยทีมงาน AMTaudit & AMTsolution & AMTaccount
บริการ ให้บริการปรึกษาทางบัญชี และ ภาษีอากร
(Consultancy services in accounting and taxation)
Office : 02-184-1846
fax : 02-115-1486
ID Line : @amtaccount
- Published in Knowledge
2 ขั้นตอนหลัก แจ้งเลิกกิจการ
หากธุรกิจถึงทางตัน ไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ไม่ว่าจะด้วยความต้องการของผู้ถือหุ้น
เลิกโดยผลของกฎหมาย หรือเลิกโดยคำสั่งศาล แต่หากเลิกกิจการด้วยความต้องการของผู้ถือหุ้น
ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดๆ ก็ตาม สิ่งสำคัญอันดับแรกที่ควรทำก็คือ การเคลียร์ภาระทางการเงินต่างๆ
เช่น ยอดค้างชำระของลูกหนี้ หรือหนี้สิน พร้อมทั้งตรวจสอบสินค้าคงเหลือหรือทรัพย์สินต่างๆ
โดยผู้ถือหุ้นจะต้องประชุมและลงมติว่า ต้องการเลิกบริษัท และหากมีเจ้าหนี้
หรือลูกหนี้ก็ต้องตกลงกันเรื่องการชำระหนี้และได้รับความยินยอมให้เลิกกิจการได้ เมื่อตกลงเลิกกิจการ
ก็ดำเนินการตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้
- การจดทะเบียนเลิกบริษัท
- ส่งจดหมายลงทะเบียนหรือลงประกาศหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น เพื่อเรียกประชุมผู้ถือหุ้นและกำหนดวันเวลาว่า จะประชุมเมื่อใด
- ทำการประชุมเพื่อตกลงว่า ต้องการเลิกบริษัท ,แต่งตั้งผู้ชำระบัญชี,ผู้สอบบัญชี, ผู้ถือหุ้นลงลายมือชื่อในคำขอเลิกบริษัท
- ดำเนินการจดเลิกบริษัทกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- ลงประกาศหนังสือพิมพ์ แจ้งว่า บริษัทได้เลิกแล้ว มีใครคัดค้านหรือไม่
- ถ้าบริษัทจดเข้าระบบภาษีมูลเพิ่ม ให้ยื่นเอกสาร ภพ.09 และเอกสารอื่นๆที่ใช้ในการจดทะเบียนเลิกระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนเลิก
- จัดทำงบดุล งบกำไรขาดทุน ต่างๆ ยื่นสรรพากร
- การจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี
- ลงประกาศหนังสือพิมพ์ ว่า บริษัทขอเรียกประชุมผู้ถือหุ้น ผู้ชำระบัญชีต่างๆ เรื่องเสร็จการชำระบัญชี
- เมื่อประชุมแล้ว ผู้ชำระบัญชี ก็ไปจดทะเบียนเสร็จชำระบัญชี
จาก 2 ขั้นตอนที่กล่าวมาเป็นเพียงขั้นตอนหลักในการจดเลิกบริษัท บางบริษัทอาจยังมีขั้นตอนที่แยกย่อยมากกว่านี้
หากเจ้าของกิจการไม่สะดวกหรือยังไม่เข้าใจรายละเอียดก็สามารถจ้างผู้เชี่ยวชาญดำเนินการให้ได้เช่นกัน
แนะนำบทความอื่น ๆ
ผู้สอบบัญชีภาษีอากรอย่างมีระบบ : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=341
ผู้ทำบัญชีที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=340
ผู้ช่วยผู้สอบบัญชีที่มีระบบการจัดการที่ดี : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=339
โดยทีมงาน AMTaudit & AMTsolution & AMTaccount
บริการ ให้บริการปรึกษาทางบัญชี และ ภาษีอากร
(Consultancy services in accounting and taxation)
Office : 02-184-1846
fax : 02-115-1486
ID Line : @amtaccount
- Published in Knowledge
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) สุดยอดอาชีพของนักบัญชี
คนส่วนใหญ่คิดว่างานบัญชีเป็นงานที่น่าเบื่อ อยู่กับตัวเลข ต้องใช้ความรอบคอบและความละเอียดในการทำงานอย่างมาก
เงินหายไปแค่ 25 สต. ก็หากันให้วุ่นวาย แต่ก็มีบางคนที่ไม่คิดเช่นนั้นแต่กลับชอบงานเหล่านี้
และไม่เพียงแต่คิดที่จะเป็นแค่นักบัญชีอย่างเดียวแต่อยากก้าวข้ามเข้าสู่การเป็นผู้สอบบัญชี
แล้วลักษณะงานสอบบัญชีเป็นอย่างไรจึงทำให้นักบัญชีเกือบทุกคนตั้งเป้าหมายที่จะไปให้ถึง
งานสอบบัญชี เป็นงานที่มีความท้าทายอย่างหนึ่ง ผู้สอบบัญชีที่เป็นเพียงผู้เดียวที่สามารถเซ็นรับรองงบการเงิน
ที่ผ่านการตรวจสอบและจะได้เห็นงานในแต่ละธุรกิจมากมาย ได้รู้ได้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยได้รู้ได้เห็นมาก่อน
อีกทั้งยังได้สนุกในการเรียนรู้สิ่งแปลกใหม่ที่น่าตื่นเต้น งานสอบบัญชีมีความหลากหลายและท้าทาย
เพราะเราสามารถเข้าไปดูสายการผลิตสินค้าต่าง ๆ ที่หลากหลายในแต่ละงานที่เราได้ทำ
ว่ากว่าจะได้สินค้ามาในแต่ละอย่างเป็นอย่างไร ได้เห็นโครงการต่าง ๆ มากมายด้วยตาของเราเอง
ซึ่งเป็นการเปิดโลกทัศน์ของตัวเอง
ก่อนจะได้เป็นผู้สอบบัญชี จะต้องเริ่มต้นจากการเป็นผู้ช่วยผู้สอบบัญชีก่อน
เพื่อสะสมประสบการณ์การทำงานตามระยะเวลาและต้องผ่านการทดสอบตามเกณฑ์ที่สภาวิชาชีพบัญชีฯกำหนด
ดังนั้น การที่จะก้าวข้ามเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) สุดยอดอาชีพของนักบัญชีได้นั้นจะต้องมีความตั้งใจ
และพยายามให้มากเพราะไม่เพียงแต่ทำให้เราได้ทำงานที่เรารักแล้วยังสามารถสร้างรายได้ให้เราได้เป็นอย่างดี
ดังนั้นขอให้นักบัญชีที่มีความปรารถนาอาชีพนี้มีความมุ่งมั่นและไปให้ถึง
แนะนำบทความอื่น ๆ
ระบบบัญชี : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=347
ผู้สอบบัญชีเซ็นงบ : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=346
ผู้สอบบัญชีในบริษัทที่มีการให้บริการอย่างครบครัน :
https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=345
โดยทีมงาน AMTaudit & AMTsolution & AMTaccount
บริการ ให้บริการปรึกษาทางบัญชี และ ภาษีอากร
(Consultancy services in accounting and taxation)
Office : 02-184-1846
fax : 02-115-1486
ID Line : @amtaccount
- Published in Knowledge
งานบัญชีหัวใจหลักขององค์กร
คนส่วนใหญ่คิดว่างานขายเป็นหัวใจหลักขององค์กร เนื่องจากเป็นงานที่นำรายได้เข้ามาให้กับองค์กร
จนลืมคิดไปว่าหากเราได้งานแต่ไม่มีการวางแผนหรือไม่ทราบงบการเงินของบริษัททั้งรายได้ที่เข้ามา
และรายจ่ายที่เกิดขึ้นอีกมากมาย แล้วองค์กรจะอยู่ได้อย่างไร
ดังนั้น งานบัญชีจึงเปรียบเป็นหัวใจหลักขององค์กร หากเราไม่ดูแลหัวใจ ไม่คอยตรวจสอบ
ให้ความเอาใจใส่ก็จะทำให้หัวใจมีปัญหาและส่งผลต่อร่างกายของเราได้ งานบัญชีก็เช่นกัน
เพราะงานบัญชีเกี่ยวข้องกับระบบการเงิน แสดงให้เห็นถึงผลการดำเนินงานขององค์กรและสะท้อนฐานะทางการเงิน
หากขาดการดูแล การตรวจสอบอยู่สม่ำเสมอแล้ว ผลการดำเนินงานย่อมเกิดปัญหาและส่งผลกระทบต่อทุกฝ่ายในองค์กร
งานบัญชีจึงเป็นงานที่ต้องทำเป็นประจำสม่ำเสมอในการเก็บรวบรวมและบันทึกข้อมูลเหตุการณ์
หรือรายการดำเนินการต่างๆทางด้านการเงิน จากนั้นจึงจำแนกหมวดหมู่รายการออกให้เป็นระเบียบ
และสรุปข้อมูลเหตุการณ์ทางการเงินที่เกิดขึ้นและนำเสนอออกมาเป็นรายงานเพื่อให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้นำไปใช้งานต่อไป
ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ คือ ผู้รับทำบัญชี ซึ่งจะมีหน้าที่รวบรวมและบันทึกข้อมูลประจำวันต่างๆ ในเรื่องรายรับ รายจ่าย ทุน
หนี้สิน และข้อมูลอื่นๆ เพื่อเป็นข้อมูลด้านฐานะ ทางธุรกิจเพื่อแสดงความเป็นไปของธุรกิจให้แก่บุคคลภายนอก
หรือผู้ที่สนใจร่วมลงทุนในบริษัทได้รับทราบและยังเป็นประโยชน์ในการขอใช้บริการสินเชื่อ
จากการดำเนินงานขององค์กร ซึ่งมีเรื่องเกี่ยวกับทางการเงินเกิดขึ้นมากมาย และเป็นข้อมูลที่มีความซับซ้อน
ดังนั้นจึงต้องมีขั้นตอนการจัดทำบัญชีที่เป็นระเบียบ โดยผู้ที่ทำหน้าที่ดังกล่าวจะต้องเป็นนักบัญชีที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะทาง
เรียนจบมาทางสายงานบัญชี และต้องมีประสบการณ์ด้านบัญชีมาพอสมควร
อีกทั้งยังต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตนำเสนอข้อมูลทางบัญชีที่น่าเชื่อถือ ถูกต้อง และรวดเร็ว
แนะนำบทความอื่น ๆ
รับจดทะเบียนการค้า : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=350
รับเปิดบริษัท : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=349
ระบบบัญชีต้นทุน : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=348
โดยทีมงาน AMTaudit & AMTsolution & AMTaccount
บริการ ให้บริการปรึกษาทางบัญชี และ ภาษีอากร
(Consultancy services in accounting and taxation)
Office : 02-184-1846
fax : 02-115-1486
ID Line : @amtaccount
- Published in Knowledge
หางานได้ไม่ยาก กับอาชีพผู้ตรวจสอบบัญชี (Auditor)
ทุกคนทราบดีว่า งานบัญชีนับว่าเป็นฟันเฟืองที่ใหญ่ขององค์กร ที่จะทำให้องค์กรขับเคลื่อนได้เป็นอย่างดี
ซึ่งงานบัญชีทุกคนทราบดีว่า จะต้องมีความละเอียด รอบคอบ ถี่ถ้วน
ที่สำคัญจะต้องมีความรับผิดชอบต่องานที่ทำให้สำเร็จถูกต้อง ครบถ้วนตามเวลา
แต่ทุกท่านทราบหรือไม่ว่า งานบัญชีต้องใช้ความละเอียดรอบคอบมากแค่ไหน
และหากเกิดความผิดพลาดจะเกิดความเสียหายมากมายขนาดไหน
ดังนั้น งานบัญชีจึงมีอาชีพหนึ่งที่มารองรับความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ โดยผู้ตรวจสอบบัญชี
งานตรวจสอบบัญชี เป็นการตรวจสอบ และรับรองข้อมูลในรายงานทางการเงินที่จัดทำขึ้น
โดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) เพื่อให้รายงานมีความน่าเชื่อถือ
และให้ความมั่นใจกับผู้ใช้รายงานทางการเงินทั้งภายนอกและภายในกิจการว่าถูกต้องสามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์
พิจารณา ตัดสินใจการวางแผนทางการเงินได้ และตามกฎหมายกำหนดว่า รายงานทางการเงินประจำปีของบริษัท
จะต้องจัดให้มีผู้สอบบัญชีตรวจสอบแล้วนำเสนอเพื่ออนุมัติในที่ประชุมใหญ่ภายในสี่เดือน
นับแต่วันที่ลงในรายงานทางการเงินนั้น ดังนั้นการตรวจสอบบัญชีจึงมีความสำคัญต่อบริษัทเป็นอย่างมาก
จึงนำมาซึ่งอาชีพผู้ตรวจสอบบัญชี
ผู้ตรวจสอบบัญชี (Auditor) มีหน้าที่ตรวจสอบเอกสารการบัญชีของแต่ละบริษัท
บางที่ต้องลงพื้นที่จริงเพื่อศึกษาสภาพการทำงาน แล้วนำมาวิเคราะห์เอกสารการบัญชี
ตรวจเช็คความถูกต้องของข้อมูลที่ไปสำรวจมา วิเคราะห์ว่าสมควรให้ผ่านการประเมินหรือไม่
ดูจากเกณฑ์ที่ตั้งเป้าหมายไว้ ถ้าไม่ผ่านก็ส่งเอกสารไปเพื่อให้ปรับปรุงแก้ไข แต่ถ้าผ่านให้เซ็นรับรองจากผู้ตรวจสอบ
ดังนั้น งานตรวจสอบบัญชีนับว่าเป็นงานที่น่าสนใจและเป็นที่ต้องการของบริษัทต่างๆ
และเพื่อให้งานที่ได้รับมีประสิทธิภาพ นอกจากต้องมีความรอบคอบแล้วก็ต้องรู้จักวิเคราะห์ความถูกต้อง
ของเอกสารกับสภาพการทำงานให้เป็นด้วย
แนะนำบทความอื่น ๆ
รับจัดตั้งบริษัท : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=353
รับจดทะเบียนหจก : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=352
รับจดทะเบียนบริษัทราคาถูก : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=351
โดยทีมงาน AMTaudit & AMTsolution & AMTaccount
บริการ ให้บริการปรึกษาทางบัญชี และ ภาษีอากร
(Consultancy services in accounting and taxation)
Office : 02-184-1846
fax : 02-115-1486
ID Line : @amtaccount
- Published in Knowledge
ไม่แจ้งเลิกกิจการ มีโทษทั้งจำทั้งปรับไม่รู้ตัว
หากกิจการไม่สามารถดำเนินงานต่อไปได้ และกรรมการที่ร่วมกันจัดตั้งตัดสินใจที่จะเลิกกิจการ
ดังนั้น จึงต้องทำการจดทะเบียนเลิกกิจการและชำระบัญชีให้เรียบร้อย และนำส่งต่อกรมพัฒนาธุรกิจ
เพื่อให้ได้รับทราบว่า กิจการดังกล่าวได้หยุดการดำเนินงานแล้วอย่างเป็นทางการ
นอกจากนี้จะต้องยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ณ วันเลิกกิจการให้เรียบร้อยต่อกรมสรรพากรด้วยเช่นกัน
การจดทะเบียนเลิกกิจการก็มีขั้นตอนที่ยุ่งยากโดยเฉพาะในส่วนการชำระบัญชี
ซึ่งต้องมีการจัดทำงบเลิกกิจการที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตจะต้องตรวจสอบและรับรองว่าถูกต้อง
บางท่านอาจสงสัยว่างบเลิกกิจการกับงบการเงินปกติแตกต่างกันอย่างไร เรามีคำตอบ ดังนี้
ความแตกต่างระหว่างงบการเงิน ณ วันเลิกกิจการ (งบเลิกกิจการ) กับงบการเงินปกติ
คือ งบการเงิน ณ วันเลิกกิจการจัดทำเพื่อนำเสนอให้แก่ผู้เกี่ยวข้องกับกิจการได้ทราบฐานะการเงินของกิจการ ณ วันเลิกกิจการ
แต่งบการเงินปกติจะนำข้อมูลไปวิเคราะห์ฐานะการเงิน หรือผลการดำเนินงานของกิจการในรอบปีปัจจุบัน
ไปเปรียบเทียบกับรอบปีที่ผ่านมา อีกทั้งการจัดทำงบการเงิน ณ วันเลิกกิจการอาจใช้นโยบายการบัญชีที่แตกต่าง
จากการจัดทำงบการเงินปกติ เช่น การตีราคาสินทรัพย์ ตามมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับของสินทรัพย์นั้น ๆ
เพื่อให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงทำให้งบการเงินเปรียบเทียบกันไม่ได้
อย่างไรก็ตาม ขอให้เจ้าของกิจการที่คิดจะเลิกกิจการ อย่าคิดแต่เพียงว่า เมื่อไม่อยากดำเนินงานต่อ
ก็แค่ “หยุด” หรือ “เลิก” เฉยๆ โดยไม่ไปจดเลิกกิจการ ทำให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสรรพากร
คิดว่ากิจการยังดำเนินอย่างปกติ แต่เจ้าของกิจการเพิกเฉย ไม่ยื่นงบการเงิน ไม่ชำระบัญชี
ไม่ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษี อาจเป็นเหตุให้ได้รับโทษทั้งจำทั้งปรับได้
แนะนำบทความอื่น ๆ
ที่ปรึกษาเปิดบริษัท : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=261
บัญชีรายรับ-รายจ่ายดีอย่างไร : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=260
ขั้นตอนการทำบัญชีบริษัท : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=262
โดยทีมงาน AMTaudit & AMTsolution & AMTaccount
บริการ ให้บริการปรึกษาทางบัญชี และ ภาษีอากร
(Consultancy services in accounting and taxation)
Office : 02-184-1846
fax : 02-115-1486
ID Line : @amtaccount
- Published in Knowledge
ค่าจดทะเบียนบริษัท ปัญหาใหญ่หรือเล็กสำหรับคุณ
ก่อนที่จะก้าวข้ามของความคาดหวังของเจ้าของกิจการทุกคนคือหวังที่จะให้ธุรกิจของตนเองมีความก้าวหน้า
การเติบโตที่มั่นคง อีกทั้งยังได้รับผลประกอบการที่ดี มีผลกำไร แต่กว่าจะไปถึงยังจุดนั้นได้ก็ต้องมีจุดเริ่มต้นเสมอ
คือ การเปิดบริษัทที่ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ โดยการจดทะเบียนบริษัทก็มีขั้นตอนต่างๆ
ที่สามารถเรียนรู้ได้จาก http://www.dbd.go.th กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
แต่เราทราบหรือไม่ว่าในการจดทะเบียนบริษัท ก็ต้องเสียค่าธรรมเนียมจดทะเบียนบริษัท ที่แตกต่างกันตามทุนจดทะเบียนของแต่ละบริษัท แล้วรายละเอียดของค่าธรรมเนียมที่จะต้องเสียในการจดทะเบียนมีรายการและจำนวนเงินเท่าใด เรามาพิจารณากัน
- ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ คิดจากเงินทุนแสนละ 50 บาท โดยเกณฑ์การชำระขั้นต่ำอยู่ที่ 500 บาท และขั้นสูงได้ไม่เกิน 25,000 บาท
- ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนบริษัท ตามทุนจดทะเบียนแสนละ 500 บาท ขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 5,000 บาท และขั้นสูงไม่เกิน 250,000 บาท
- ค่าธรรมเนียมออกหนังสือรับรอง ฉบับละ 200 บาท
- ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน ฉบับละ 100 บาท
- ค่ารับรองสำเนาเอกสาร หน้าละ 50 บาท
คุณที่มีคาดหวังที่จะเป็นเจ้าของบริษัท เมื่อคุณได้ทราบถึงค่าใช้จ่ายเบื้องต้นของการจดทะเบียนดังกล่าวนี้
คุณคิดว่าเป็นปัญหาของคุณหรือไม่ แต่หากคุณคิดว่าไม่มีปัญหาสำหรับคุณ อยากให้คุณทราบว่า
การจะเป็นเจ้าของบริษัทได้นั้น ไม่ใช่ เพียงแค่คุณคิดว่าแค่นี้เองฉันจ่ายได้ ฉันไม่มีปัญหา
แต่ขอให้คุณพิจารณาปัจจัยที่สำคัญนี้ด้วย คือ ความรู้ในเรื่องธุรกิจ ทั้งทางวิชาการและประสบการณ์
เวลาที่จะทุ่มเท รู้จักวางแผนงาน เงินลงทุน และความมุ่งมั่น พลังใจที่เข้มแข็งที่จะลงมือทำพร้อมรับสภาพกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้
ถ้าคุณมีสิ่งเหล่านี้ คุณเปิดบริษัทของคุณได้เลย
แนะนำบทความอื่น ๆ
เปิดบริษัทต้องวางระบบบัญชีให้ดี : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=359
ปิดงบบัญชีสำคัญไฉนมาดูกัน : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=358
รับทำภาษี : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=357
โดยทีมงาน AMTaudit & AMTsolution & AMTaccount
บริการ ให้บริการปรึกษาทางบัญชี และ ภาษีอากร
(Consultancy services in accounting and taxation)
Office : 02-184-1846
fax : 02-115-1486
ID Line : @amtaccount
- Published in Knowledge
รู้สักนิด หากคิดเปิดบริษัท
คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า ไม่อยากเป็นลูกน้องใคร ไม่อยากต้องทำตามคำสั่ง ไม่อยากต้องทำงานหนักเพื่อคนอื่น
จึงมีคนจำนวนไม่น้อยที่พยายามหาโอกาสเพื่อที่จะมีกิจการเป็นของตัวเอง อาจเริ่มต้นจากกิจการเล็กๆ ที่เป็นบุคคลคนเดียว
จนคิดที่จะขยายกิจการเป็นรูปแบบบริษัท ซึ่งการที่จะเปิดเป็นบริษัทขึ้นมาได้นั้นก็ต้องมีปัจจัยต่างๆ มากมาย
โดยเฉพาะในเรื่องค่าใช้จ่ายในการเปิดบริษัท ถ้าเช่นนั้นเรามาดูกันว่าเรามีความพร้อมในเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในการเปิด
และดำเนินกิจการต่อไปแล้วหรือยัง
- ค่าใช้จ่ายจดทะเบียนบริษัท คือการเสียค่าธรรมเนียมจดทะเบียนบริษัท ตามทุนจดทะเบียนแสนละ 500 บาท ขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 5,000 บาท และขั้นสูงไม่เกิน 250,000 บาท โดยจ่ายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- ค่าเช่าสำนักงานเพื่อดำเนินกิจการ ต้องจ่ายทุกเดือน รวมถึงค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต
- ค่าจ้างทำบัญชีและค่าจ้างสอบบัญชี
- ค่าจ้างพนักงานแต่ละเดือน และค่าประกันสังคมให้พนักงาน
- ต้องยื่นภาษีและจ่ายภาษีต่างๆ เช่น ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภงด.) ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ยื่นต่อสรรพากร
- ค่าวัสดุสิ้นเปลืองที่ใช้ในสำนักงาน
- เงินทุนหมุนเวียนของการดำเนินธุรกิจ
จากค่าใช้จ่ายที่กล่าวมานี้เป็นเพียงค่าใช้จ่ายหลักๆ ที่จะเกิดขึ้น
ถามตัวเองสักนิดว่าเราพร้อมแล้วหรือยังที่จะเปิดบริษัทโดยควรพิจารณาถึงความคุ้มค่าที่จะเกิดขึ้นในการเปิดบริษัท
นอกจากนี้ เจ้าของกิจการก็ต้องมีความรอบรู้ในเรื่องต่างๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องข้อกำหนดทางกฎหมาย ภาษี บัญชี
และ ที่สำคัญก็คือ ความรู้ด้านธุรกิจ เพื่อนำไปสู่ความก้าวหน้าทางธุรกิจต่อไป
แนะนำบทความอื่น ๆ
หาคนเซ็นงบไม่ใช่เรื่องยาก เพราะสามารถจ้างได้นั่นเอง :
https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=363
หากยังทำบัญชีไม่คล่องลองไปเรียนคอร์สรับสอนบัญชีดู : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=361
ใครที่บริษัทเปิดใหม่อย่าลืมเรื่องรับสมัครงานบัญชีด้วยล่ะ : https://www.amtaudit.com/view_news.php?id=360
โดยทีมงาน AMTaudit & AMTsolution & AMTaccount
บริการ ให้บริการปรึกษาทางบัญชี และ ภาษีอากร
(Consultancy services in accounting and taxation)
Office : 02-184-1846
fax : 02-115-1486
ID Line : @amtaccount
- Published in Knowledge




